ไปมิโซกิ (คอนเสิร์ต) "YUKKURI ANGYA MISOGI - Taiwan ปี 2026" ของวง SKSZIGZAG ที่ Zepp New Taipei

ทริปมิโซกิครั้งที่ 4 ในชีวิตของ "ซัมไปฉะ" ไทยผู้เป็นติ่งวง SKSZIGZAG ได้ 2 ปีครึ่งแล้ว รอบนี้ซื้อบัตรแรนด้อมเท่าเทียมทุกชาติ และไปกับเพื่อนคนไทยรวมเราด้วยเป็น 3 คน เราเดินทางจากไทยเวลาตี 1 กว่าๆ ของวันที่ 2 ต.ค. 2026 เป็นช่วงวิบัติมากอีกเช่นเคย เพราะมีข่าวน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน น้ำป่าไหลเข้าเมืองมาพร้อมกัน แต่ไม่ได้มีผลกระทบกับไฟลท์เรา จะมีแค่ดีเลย์ด้วยสาเหตุทั่วไปนิดหน่อย


พอถึงวันที่ 4 ต.ค. 2026 เราก็เดินทางไป Zepp New Taipei จากไทเปเมนพร้อมเพื่อน ประมาณบ่าย 2 พอขึ้นไปถึงหน้าฮอล ก็เห็นซัมไปฉะมาค่อนข้างเยอะแล้ว เพื่อนเราไปซื้อกู๊ดส์ เสร็จแล้วก็แวะถ่ายรูปหน้าฮอลกัน ไปเขียนข้อความบนแผ่นไวนิลที่แฟนไต้หวันทำ จากนั้นชาวบ้านก็เข้าแถวยืนยันตัวตนกัน ของเรามีสตาฟเดินมาทำให้แล้วติดแท็กข้อมือให้ จากนั้นก็แยกย้ายกันมาหาอะไรกิน จนช่วง 5.30 ก็มาเข้าแถวเข้าฮอล ตามธรรมเนียม Zepp ที่ญี่ปุ่นจะมีการจ่ายค่า One Drink ก่อนเข้าฮอลแบบบังคับจ่ายด้วย แต่ของวันนี้ที่นี่ไม่มี อาจจะเพราะเป็นงานของต่างประเทศรึป่าวนะ

หน้าฮอล
ทางเข้าสำหรับซื้อกู๊ดส์

หลังจากเข้าประตูมา

พอเข้ามาก็เจอ Backdrop รูปเม็มเบอร์ที่มาๆ ไปๆ ยังถ่ายไม่ทันเสร็จดีก็เปลี่ยนเป็นกฎข้อห้าม แล้วนี่อ่านที่ไหนอ่า รอดูแต่รูปผู้ พอเข้าฮอลไปรู้สึกมืดสลัว จนแบบจะไม่เห็นไรอยู่ละ เดินมาที่นั่งได้ก็ดีใจ เราได้ที่นั่ง A4 แถวหน้าสุดฝั่งริวจัง ซึ่งเราได้มาตอนแรก เราก็รู้สึกแหละว่ามันเป็นที่นั่งที่ดีเพราะแถวหน้า แต่แอบไม่ชอบเพราะมันเป็นมุมอับ (เราเคยนั่งที่ทำนองนี้ที่ Zepp ในโตเกียวมันค่อนข้างวิบัติ เพราะมันจะเห็นเม็มเบอร์ใกล้ๆ ได้ต่อเมื่อเขาเดินมาเท่านั้น อารมณ์เหมือนมาแอบดูเขาแสดงอ่า ชะโงกแล้วชะโงกอีก มุมอับสุดๆ) แต่ของไทเป ฮอลเล็กกว่าหน่อยก็ถือว่าไม่อับมาก แต่ชุดกลองบังหน้าคาเกมารุ (เช่นเดียวกับตอนอารีน่า เราก็นั่งมุมที่เครนกล้องบังหน้าคาเกมารุ มันเวรกรรมอะไรไม่รู้) คันจังอย่าได้เอ่ยถึงแทบไม่อยู่ในวิวที่มองเห็นได้ ส่วนริวจังเห็นชัดยันเส้นยับของจั๊กกะแร้ และส่วนพี่ลุงก็ >///<

แอบเห็นว่าคณะไทยซัมไปฉะได้โซนกลางทุกคน ทำไมเราถูกทอดทิ้ง 😭 แน่นอนว่าทุกคนได้เห็นวงจากตรงกลาง จะต้องเห็น 4 คนบนเวทีชัดมากๆ แน่ๆ เราก็แอบอิจฉาเบาๆ เพราะได้เห็นองค์รวมของวงอย่างชัดเจน

เรานั่งห่างจากเวทีวัดจากสายตาห่างประมาณ 2 เมตร เป็นครั้งแรกที่ดูโดยไม่ต้องใช้กล้องส่องทางไกล (ปกติเราใส่แว่นตลอด ก็ลองถอดมองพวกเขาด้วยสายตาตัวเองแบบสดๆ ไม่ผ่านเลนส์แว่น สรุปคือเจ๊งค่ะ มองไม่ได้ความอะไรเลย) ถ้าริวจังถอยหลังไปจะห่าง 3 เมตรกว่าๆ ถ้าพี่ลุงอยู่ตรงกลาง น่าจะห่างไป 4-5 เมตร เราอยู่ตรงกับม้านั่งวิเศษที่เขามายืน มาเหยียบ มาโยก มาส่ายเอว มาปีนป่าย พี่ลุงนานๆ มาที แต่ริวจังนั้น 80% จะอยู่แบบเสมอต้นเสมอปลาย

หน้าเวทีจากที่นั่งเรา

เวทีก่อนเริ่มแสดง

ตอนช่วงแรก ทั้ง 4 คนเดินออกมาพร้อมใส่งอบปิดบังหน้าไว้ จากฝั่งริวจัง พร้อมเสียงบรรยายที่อัดไว้ (เหมือนจะเป็นทั้งภาษาญี่ปุ่นและจีน)เหมือนตอนที่แสดงที่ญี่ปุ่น และพอจบการเปิดตัว ก็ขึ้นด้วย Drip เป็นแพทเทิร์นเดียวกันหมดจากรอบ ปี 2025 

เพลง

อันนี้ >>Set list (คล้ายกับคุมาโมโตะ จะต่างตรงเพลงที่ 12 กับเพลงที่ 15 จะไม่ได้เล่น แต่มีเพลง Appare แทน)

-Drip เหมาะสมกับเป็นเพลงแรก เพราะโคตรเท่ โคตรจ๊าบ ตอนท้ายจะลากเสียงแหลมยาวมากตอนแผดเสียง เท่แบบสุดๆ

-Last day lover ท่อนเอื้อนสุดท้ายเพราะมาก แต่จำไม่ได้ว่าเอื้อนยังไง 555

-Ama เอื้อนแบบไม่เหมือนใน MV แต่เพราะมาก

-Appare, Nihao Wantanmen, Neko Ninja, Saikou da Z, Sushi, Kichune เพลงสนุกมีท่าเต้น โคตรสนุก โคตรน่ารัก เต้นตามแบบลืมโลก เหมือนได้ปลดปล่อย เต้นแบบเต้นจริงจัง เหมือนจะเอาชนะคนบนเวทีให้ได้ 😆

-Gomi พี่ลุงหันหลัง และมีเสียงกระป๋องตก ก่อนเข้าเพลง

-Sono Ai de, Guru, Sanzen sekai, Fukusei เหมือนอยู่ในภวังค์ ตั้งใจฟังเสียงว้ากโวยวาย แต่ลืมหมด จำได้บางส่วน โอ้ย!อยากจะบ้า

-Promise จำได้แค่เพราะ ที่เหลือเหมือนถอดวิญญาณไว้ตรงนั้น 

-Nighty night! เพลงสุดท้าย ทำใจลาจาก แต่สนุกมากๆ

มาเล่าซีนประทับใจของบุคคลสำคัญแต่ละคน

เป็นโมเม้นท์ที่ตราตรึงในฝั่งมุมอับนี้ เราเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนก็คงมีโมเม้นท์ที่ดีในส่วนของตัวเอง และต้องเป็นโมเม้นท์ที่ดีมากๆ แน่ ในส่วนของเราก็จะเป็นอีกโมเม้นท์ที่เล่าไปอาจจะดูเพ้อฝัน หรือเวอร์วังไปนิด 🤣 ซึ่งมันเกิดขึ้นในช่วงที่เราอาจมีสติแค่ครึ่งเดียว หรือจิตหลุดไปแล้วก็ได้

-เอกุมะซัง ช่างกล้องคนสนิทของริวจัง : เขามายืนข้างเวทีฝั่งเรา ตอนกำลังจะเริ่มแสดง เขาดูดีมากในระยะใกล้ เราเคยเจอเขาแบบใกล้ๆ ครั้งนึงตอนหน้าอารีน่า แต่ไม่ค่อยจะเห็นหน้า รอบนี้อยู่ใกล้มาก เราโบกมือให้เขา เขายิ้มให้น่ารักมาก เขาค่อนข้างตัวใหญ่ดูแข็งแรงและเท่มาก สะพายกล้อง 3 ตัว แต่ละตัวดูหนักๆ อยู่นะ เดินเก็บภาพตลอดทั้งการแสดง

-คันจัง มือกีต้าร์ซัพพอร์ต : 90% เราแทบไม่เห็นคันจัง เพราะอยู่คนละฟากฝั่ง แต่ตอนเพลงสุดท้าย ตอนที่ทุกคนวิ่งวุ่น คันจังเดินมาฝั่งเรา เราก็โบกมือให้ เขาก็ยิ้มตอบและโบกมือกลับคืนมา น่ารักมากๆ หน้าเขาขาวใสมากๆ ตอนคันจังพูดภาษาจีน แฟนๆ เงียบกันเพราะฟังไม่เข้าใจ เหมือนจะพูดผิดรึป่าวนะ แล้วคันจังพยายามพูดอีกครั้งและแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "ไม่ใส่ผักชี" ฮาเลยทีนี้ ทำไมนายไม่ชอบผักชีเนี่ย

-คาเกมารุ : ตอนโซโล่กลองคือปลุกใจมากเวอร์ เท่จนกรี๊ดหนักมาก เป็นมือกลองอันดับหนึ่งในใจเราเสมอ ใครจะเป็นตำนานมาจากไหนก็เป็นไป จะให้คนนี้เป็นตำนานในใจเรา สกิลการตีกลองและลูกเล่นกับแฟนๆ คือเทพมาก แล้วตอนวิ่งออกมาถ่ายรูปในเพลงคิจุเนะ เราแอบชะโงกหน้าเข้าไปในกล้องเขาด้วย พอไปดูในเบเรโบะ อ้าว!นึกว่าจะโดนพี่ลุงบัง ก็ไม่บังนะ แต่ไม่เห็นหน้าเลย แสงกระแทกหน้าแรงมาก 555 เห็นแต่มือทำท่า 2 นิ้ว ตอนคาเกมารุเดินมาตอนท้ายๆ คือเพิ่งจะเห็นชัดๆ ครั้งแรก หน้าขาวอะไรเบอร์นั้น 2 ชม. หน้าไม่ดรอปเลยงี้ ตอนโยนไม้กลองมาฝั่งเรา ข้ามหัวเราไปเลยคว้าไม่ถึง แต่ไปถึงคนแถว 3 คือเพื่อนเรา โชคดีมากๆ เลยได้ยืมมาถ่ายรูป

-ริวจัง : ยืนแช่ฝั่งเราล่ะ แต่เรามองใคร ก็ต้องมองเมนเราสิ ถึงจะแหงนมองจากมุมอับ ได้เห็นหน้าแค่ด้านขวาของพี่ลุงก็จะมองพี่ลุงคนเดียว แต่ๆๆ พอริวจังมาใกล้ๆ เผลอมองริวจนลืมมองพี่ลุง จำได้ว่าตอนพี่ลุง ทำท่า "อาหรุโยะ" เราจ้องริวจังอยู่ หันไปหาพี่ลุงทันแค่ตอนทำท่าจบ

ริวจังสวยเหมือนในรูป จนเรามีความคิดในใจ ณ ขณะนั้นว่า เราจำภาพริวจังจากในโซเชียลมามากไปจนมองเขาบนเวทีแล้วแยกไม่ออกเลยเนาะ ว่านี่คือเขาตัวจริง ตัวเป็นๆ สดๆ รึป่าว เป็นภวังค์ที่แอบงงๆ ในสมอง ณ ตอนนั้น สวยแบบไม่มีจุดไหนให้ติเลย

ริวจังจะวิ่งไปอีกฝั่งบ่อยมาก แล้วตอนอยู่มุมเวทีก็จะกวาดสายตามองแฟนๆ ด้านหลังอย่างทั่วถึง ไม่ทิ้งให้ใครเหงาเลย มองแฟนๆ ด้านหลังตลอด ยิ้มและโบกมือให้แฟนๆ ด้านหลังแบบเสมอต้นเสมอปลาย เรารู้สึกได้ว่าริวจังใจดีมาก หลายๆ ครั้งที่ริวจังมาอยู่ตรงหน้า ส่งยิ้มมาให้บ้าง สบตากันบ้าง ก็แอบดีใจ นี่คือเมนเบสคนแรกของเรา ที่เรามาชอบวงนี้ก็เพราะเขา ที่มาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะเขา ที่มารักพี่ลุงได้ก็เพราะเขา อยากขอบคุณมากๆ ที่สุดจากหัวใจ เราตะโกนไปว่า Ryuchan So cute ด้วย จะได้ยินไหมนะ

ตอนริวจังโยนปิ๊กมา รู้สึกว่าแทบจะไม่เห็นร่องรอยเลย มันเหมือนไปฝั่งนอกแนวที่นั่งอ่า ไม่รู้ใครเก็บได้

-พี่ลุงมิโคโตะ : ความประทับใจเอ่อล้น ตราตรึง บางอย่างคือสติล่องลอยไปแล้ว จำอะไรไม่ได้เลย พยายามมองหางเขา มองรองเท้า มองลายผ้าถุง มองเส้นเลือดที่มือ มองผม ผมหน้า มองปาก มองตาด้วย

ช่วงเพลง P0WER พี่ลุงที่ชอบเล่นมุขว่าปิศาจอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ พอแฟนๆ กรี๊ด อารมณ์แบบพี่ลุงชี้ไปตรงนั้น แฟนๆ ก็เล่นให้ว่าเป็นปิศาจ พี่ลุงก็ยิ้มชอบใจ และบอกว่า "ใช้ได้นะ" แล้วช่วงสะบัดบ๊อบก็แรงมาก ตรงแถวม้านั่งวิเศษตรงหน้าเรา เป็นมุมเสย แหงนๆ ก็มองเห็นตารำไรๆ นี่แบบใกล้สุดในชีวิตละ

ช่วงเพลง Sanzen sekai โมเม้นท์ขั้นสุดของชีวิต พี่ลุงนั่งอยู่ตรงหน้าแบบตรงๆ เลย จำได้ตราตรึงคือ พี่ลุงหันมา จังหวะเข้าข้างตัวเอง สัมผัสได้ว่าสบตากัน ดีใจที่สุดในโลก 😖 จำได้แบบสนิทใจเลยว่า ตาซ้ายพี่ลุงเหมือนไข่มุกในชานมไข่มุกมากๆๆๆๆ 🤣 คือแบบจังหวะนั้น ความฝันสูงสุดในชีวิตเป็นจริงแล้ว นั่นคือการสบตาเมน คอมพลีทแล้ว และเขาเห็นชุดกึ่งคอสเพลย์สาวเมดของเราแล้ว ชุดที่ออกแบบและบังคับให้แม่แก้แบบให้เพื่อใส่มาให้เขาเห็น ถึงแม้เขาจะไม่รู้เลยว่าอีนี่มันมาจากประเทศไหน และภาพจำอาจจะสลายหายไปในวูบนั้นของเขาเลยก็ตาม 

ช่วงเพลง Sushi ช่วงที่ปกติจะเป็น "ยาเมเต๊ะคุดาไซ" ก็มาเสียงมอเตอร์ไซค์อีกแล้ว 555 รอบนี้บอกเลยว่ายาวกว่าและขำกว่าฮอลที่ญี่ปุ่นที่ดูมา 3 รอบมาก ยาวกว่าและฮากว่า 50% เลยเอาสิ อย่าไปนึกถึงหน้าไดชินะ มันคอนทราสเกินไป ความรู้สึกตอนนั้นคือ ทำไมเป็นคน(ตลก)แบบนี้วะ ตาคนนี้อ่า 🤣 และท่อนที่ร้องว่า "อนาคตของทุกคน ขึ้นอยู่กับซูชิ" ก็เปลี่ยนเป็น "ขึ้นอยู่กับไต้หวัน(หรือไทเปเนี่ยแหละ)" พี่ลุงใช้ผ้าโบกแทนแท่งไฟ (เพราะเขาห้ามใช้แท่งไฟ)

ช่วงเพลง Ama ครั้งนี้ คือครั้งที่ 3 ของเรา จริงๆ ครั้งนี้ก็พิเศษสำหรับเรานะ แต่เราไม่น้ำตาไหลเลยซักนิด ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เพราะเรารักเพลงนี้ และตั้งใจโฟกัสมากไปมั้ง เลยอาจจะไม่ได้อารมณ์ซึ้งอะไรมาก พอเริ่มได้สติเราก็เริ่มร้องท่อน 2 ตามเขา เพื่อเก็บโมเม้นท์ได้ร้องเพลงในวินาทีเดียวกับเขา เรารู้สึกว่าเพลงนี้จังหวะดูช้าๆ กว่าที่ควร อาจจะรู้สึกไปเอง แต่เสียงกลองตุบตับในใจเรามาก รู้สึกวิงๆ นิดหน่อย เหมือนจะวูบๆ ไม่แน่ใจว่าเพลงนี้ และเพลงนี้อื่นด้วยไหม อาการเหมือนจะเป็นลม หรือแผ่นดินไหวอ่า 

ท่อนท้ายๆ Ama ที่พี่ลุงเอื้อนแบบไม่เหมือนใน MV เราได้ยินครั้งแรกที่โอซาก้าปีนี้ แต่เราจำไม่ได้ว่าเอื้อนแบบไหน รู้แต่ว่าเพราะมาก และชอบมากๆ รอบนั้นน้ำตาไหลพรากตั้งแต่ต้นเพลงยันจบเพลง พอมาที่นี่ก็จำได้สนิทใจว่าร้องทำนองเดียวกันว่า "ฮ้าฮา น้าเซนี น้าเซนี หี่ฮี ข่าเซย๊าห่าฮา น้าเซนี น้าเซนี" จากปกติจะร้องว่า "ฮ้าฮา น้าเซนี น้าเซนี หี่ฮี คาเซ่ย้า น้าเซหนี่ น้าเซหนี่" (งงมะ555) 

ช่วงท้ายๆ จำไม่ค่อยได้ว่าเพลงอะไร ก็มาแวะเวียนมาหาม้านั่งวิเศษอีก รอบนี้คือแหวกสุดพลัง เส้นคาถาบนหน้าพี่ลุง ที่แฟนญี่ปุ่นวาดรูปลงทวิตว่าเขาเขียนตั้งแต่กลางหน้าผากอ่า เห้ย!!อย่างกับฝัน เขายอมให้ทุกคนเห็นจริงๆ ด้วย เขียนยาวจากบนกลางหน้าผาก มาจนมุมล่างของหน้าเป็นเส้นชัดๆ ทั้งคาถา ลูกกะตา สันจมูก แบบหันหน้าตรงเราระยะ 2 เมตร ถอดวิกได้ก็ถอดเถอะ ถ้าจะให้เห็นขนาดนี้ และเห็นสันจมูกแบบที่นึกว่าไดชิมาเอง ส่วนใหญ่จะเห็นในส่วนแก้มขวาของเขา

ตอนเขาตะโกน"ซุ่ยหล่า"ภาษาจีน (ที่แปลประมาณว่าสุดยอด ยอดเยี่ยม) มีแฟนไต้หวันแถว 2 ใกล้ๆ เรา ตะโกนกลับไปดังมากๆ พี่ลุงตะโกนกลับมาและยิ้มชอบใจ มองแฟนไต้หวันคนนั้น โชคดีมากเลย ได้โมเม้นท์พี่ลุงรีแอคชั่นด้วย

มีช่วงมาใกล้ๆ ริวจัง แล้วทำท่ากำลังเล่นกีตาร์กับริวจังด้วย ทั้งคู่ยืนข้างๆ กัน น่ารักมากๆ

ตอนเปิดโพย และตั้งใจพูดภาษาจีน ก็พูดเก่งมาก ขยันพูดด้วย คุณเอกุมะก็เล่าในทวิตว่า "ตอนอยู่ห้องแต่งตัวก็ซ้อมพูดกันตลอด" แล้วพูดเยอะเอาใจแฟนไต้หวันแบบสุดๆ คือเขาตั้งใจมากๆ จริงๆ (แบบว่า บางวงไป ตปท จะพูดแต่ภาษาตัวเองแล้วไม่ใช้ล่าม แฟนๆ ก็ประสบปัญหาการสื่อสารกันก็มี) แล้วพอพูดไปเรื่อยๆ ก็ขอพูดภาษาญี่ปุ่นบ้าง (คือพูดจีนไปเยอะมากจริงๆ) บอกว่า "รู้มาว่าคนไต้หวันพูดภาษาญี่ปุ่นได้กันเยอะ" แล้วก็เริ่มพูดญี่ปุ่นมารัวๆ เราก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จำได้บ้างลืมบ้าง ก็เล่าๆ ถึงการพักวง ก็เพื่อที่จะไปต่อที่ดีขึ้น และเรื่องอื่นๆ (ตามอ่านได้ที่รีพอร์ตไต้หวัน)

ปล.ตอนแสดงที่ญี่ปุ่นจะเห็นตาชัดๆ แค่ช่วง 2 เพลงสุดท้าย แต่ไต้หวัน เห็นชัดตั้งแต่ต้นจนจบ มาเป็นช่วงๆ และบางช่วงก็นานจนไม่น่าเชื่อ เห็นตาซ้ายขวา หน้าแดงๆ จมูกโด่งๆ รวมๆ คือเขาหล่อมาก เขาดูดีเกินไป เขาคือเทพ เขาคือคนที่เรารัก และไม่เคยผิดหวัง เรารักเขาที่สุดในโลกเลยอ่า ไม่มีใครมาแทนที่เขาได้เลยวินาทีนี้ เราอยากให้ตัวเองรักเขาตลอดไป และอยากให้เขาอนุญาตให้เรารักเขาตลอดไปเช่นกัน

ม้านั่งวิเศษฝั่งริวจัง หลังการแสดง

เรื่องผลกระทบจากระบบแสงสีเสียง

ตั้งแต่เพลงแรก ระบบเสียงตรงฝั่งเรามันจะดังมาก เพราะใกล้ลำโพงขั้นวิบัติ และขั้นวิกฤต เราก็นึกถึงที่อุดหูทันที น่าจะพกมาด้วย เพราะเราเอามืออุดหูซ้ายบ่อยมาก เพื่อที่จะฟังเสียงพี่ลุงจากหูขวา ในบางจังหวะก็ฟังได้ดีบางจังหวะก็ฟังได้แย่ และระบบแสงในบางช่วงที่ส่องเข้าตา ช่วงเล่นเวฟ โคตรวิบัติ เม็มเบอร์ และคันจังรวม 4 คน กองอยู่ตรงหน้าเรา แต่เราต้องเอามือบังแสงไว้ไม่งั้นจะแสบตาไม่เห็นอะไรเลย แล้วคือใช้วิธีชำเลืองมองเอา บุญที่อุตส่าห์มีก็ได้กรรมมาช่วยบัง และตอนถ่ายรูปรวมบอกเลยว่าวิบัติสุด เพราะแสงส่องเข้าตาแรงมาก จนมองเวทีเป็นรอยตาพร่า เราก็พยายามไม่มองแสงมาก เพื่อจะให้ตากลับมามองได้ปกติ แต่ก็มีบางช่วงที่พอมองได้ และได้มองกล้อง ได้มีรูปร่วมกับพวกเขาแบบชัดๆ ครั้งแรกในชีวิต แต่เสียดายอย่างนึงคือตุ๊กตามิโคโตะที่เราห้อยไว้ ดันหันหลังให้กล้อง 😭 กลับมาที่ตา ตอนแรกตามีฝ้าลอยขึ้นมา ยังเหลืออีก 2 เพลง เรายังอยากมองเขาชัดๆ อยู่ แต่ตาพังไปแล้ว พอผ่านไปซักพัก ตาเริ่มกลับมาปกติ ค่อยยังชั่ว

การแสดงโดยรวม

รอบนี้เพอร์เฟคมากไม่มีอะไรติดชะงัก ไม่มีความผิดพลาด พี่ลุงเสียงถึง ไม่มีไอ หรือเสียงเพี้ยน สนุกมากๆ เป็นความสนุกที่ออกมาจากใจ จากแรงที่ออกมากับการเต้น การร้องเพลงตาม เป็นการแสดงที่โคตรมืออาชีพทั้งการเล่นดนตรี การร้องเพลง การเอ็นเตอร์เทน การเข้าถึงจิตใจคนท้องถิ่น เป็นวงที่สมควรไปให้ถึงสเตเดี้ยมให้ได้

ทุกอย่างมันเหมือนฝัน

ตอนที่รู้จักวงแรกๆ เราไม่กล้าฝันจะได้มามิโซกิเลย ตอนนั้นเราได้แต่คิดว่า ทำยังไงให้ได้เจอริวจังนะ (สมัยเมนริวจัง) เป็นไปไม่ได้หรอก จนวันนึงที่เขาขายบัตรโอเวอร์ซี ครั้งแรกในปี 2024 (เขาไม่เคยขายมาก่อน) อะไรๆ มันก็ดูใกล้ความจริงขึ้นมา

ตอนที่เขาประกาศว่าจะมีที่ไต้หวันตอนนั้นคิดว่าคงจะสเกลเล็กอารมณ์ไลฟ์เฮ้าส์ 4-500 คน แต่พอเฉลยเป็น Zepp ตอนนั้นแอบคิด คนไต้หวันชอบเยอะขนาดนี้เลยหรอ (สรุปแล้วคนไต้หวันก็เยอะจริง เพราะมีตั้ง 600 ที่เหลือก็เป็นคนญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ) ตอนสมัครมาก็ลุ้นว่าจะได้มั้ยบัตร ในที่สุดก็ได้ ซึ่งมันเกินกว่าที่คิดไว้มาก

แฟนๆ 

เท่าที่รู้มามีคนไต้หวัน 600 กว่าคน คนไทย 7 คน คนฮ่องกง 1 คน คนเกาหลี 2 คน นอกนั้นคนญี่ปุ่นก็น่าจะเกือบ 600 คนเช่นกัน และอาจมีชาติอื่นๆ อีก

แฟนๆ ไต้หวันใส่สีดำเยอะมาก แทบไม่เห็นขาว มีม่วงบ้าง แก๊งคนไทยจะม่วงนำ คนอื่นๆ ก็มีคอสเพลย์ ใส่วิกปิดตา ชุดเมด และแต่งชุดไปรเวทแบบอื่นมาด้วย

เจอแฟนญี่ปุ่นที่รู้จักกัน 2 ปีแล้วที่เคยเจอที่อารีน่า 2 คน และเพื่อนของเขาด้วย และเจอเพื่อนใหม่คนไต้หวัน 2 คน พูดอังกฤษญี่ปุ่นได้เก่งมากๆ เลยและแต่งตัวโคตรเท่

เจอแฟนไทย 1 กลุ่ม ก็มารวมกลุ่มกันแตะไม้กลองคาเกมารุ และถ่ายรูปด้วยกัน >> 7 คน นับถือใจแฟนไทยที่ไปนะ เรารู้มาว่าบางคนไม่ได้เมนซิกแซก แต่เมนวงอื่น (ที่ดังมากๆ) แต่ยอมบินมาดู มาซื้อกู๊ดส์จริงจังมาก สำหรับเรา เราไม่สามารถทุ่มให้วงอื่นที่ไม่ใช่เมนได้ขนาดนี้เลย เห็นถึงพลังรักที่แม้จะไม่ใช่วงเมน แต่ก็รักมากจนต้องตามมาดู ขอปรบมือให้ค่ะ (ไม่รู้เราอธิบาย งงมั้ย😣🤭) และบางคนที่เป็นเมนแบบเราก็คือเก่งมาก ที่พยายามมาด้วยกันจนวันนี้ บางคนเคยไปกับเราแล้วรอบนึง บางคนก็เพิ่งมารอบนี้ แต่ทุกคนมีพลังรักที่ไม่แพ้ใครเลย ความรักของทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใครจะมากี่ครั้งก็ตาม ทุกโมเม้นท์และความทรงจำของแต่ละคนไม่สามารถเทียบกันได้ และเราเชื่อว่าคนบนเวทีรับรู้ถึงพลังของทุกคนนะ พลังของความพยายามของพวกเรา กำลังส่งไปถึงพวกเขา รอวันนึงที่เขาจะมีอะไรเป็นภาษาไทยอีกครั้งให้เราเซอร์ไพรส์ 

การได้เจอกับเพื่อนๆ ทั้งคนญี่ปุ่น คนไต้หวัน คนไทย ครั้งนี้สนุกมากๆ นะ ไม่เหงาเลย ได้ถ่ายรูป ได้แชร์โมเม้นท์ ได้นั่งรถไฟกลับด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ไปเจอที่สนามบินโดยบังเอิญก็มี กลับมาไทยยังบังเอิญเจออีกด้วยนะ 🤭



เราอาจหวังให้อนาคตทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ ทั้งสมาชิกวง และเพื่อนร่วมติ่ง จะมีคนจากไปกับวงการนี้มั้ย หรือความสัมพันธ์ต่างๆ จะเปลี่ยนไปขนาดไหน วงจะดังไปถึงจุดไหน แฟนๆ จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง จะมีจัดที่ไต้หวันอีกมั้ย จะมีโอกาสมาไทยมั้ย และจะไปถึงโดมรึป่าว เป็นเรื่องอนาคตที่ต้องรอติดตามต่อไป เราก็ปรารถนาว่าขอให้มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับวง และซัมไปฉะตลอดไป


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง Facebook, ภาพเม็มเบอร์วันงาน, Clip ถ่ายกับแฟนๆ, Report ไต้หวัน, Report ไต้หวัน2


ดูบันทึกการเดินทางทั้งหมด >> ที่นี่

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ 🙏

✨️✨️✨️✨️✨️✨️✨️✨️✨️✨️



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Blog Map

ไปมิโซกิ (คอนเสิร์ต) "Zenkoku Kaibyaku Misogi - Ten to Chi" ของวง SKSZIGZAG ที่ YOKOHAMA ARENA

ไปมิโซกิ (คอนเสิร์ต) "YUKKURI ANGYA MISOGI Vol.2 ปี 2026" ของวง SKSZIGZAG ที่ FESTIVAL HALL OSAKA